fbpx

ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

ตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักคืออะไร 

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก หรือ Vertical Sleeve Gastrectomy เป็นวิธีการลดความอ้วนที่ศัลยแพทย์จะผ่าตัดกระเพาะอาหารของคนไข้ออกไป 75-80% ของขนาดกระเพาะรวมถึงส่วนที่ผลิตฮอร์โมนความอยากอาหารออกไปด้วย โดยใช้วิธีการส่องกล้อง เพื่อทำให้กระเพาะมีขนาดเล็กลง เนื่องด้วยกระเพาะอาหารที่มีขนาดเล็กลงมาก คุณจะไม่สามารถรับประทานอาหารได้มากเท่าที่เคยเป็น จึงช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

  • ผู้ที่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารควรมีค่าดัชนีมวลกายอยู่ที่ 35 ขึ้นไป (หรือค่าดัชนีมวลกาย 32.5 และมีโรคประจำตัวร่วม)
    ค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass Index) สามารถคำนวณได้โดย นำน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง
  • ผู้ที่พยายามลดความน้ำหนักหลายครั้งด้วยวิธีธรรมชาติ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
  • ผู้ป่วยโรคอ้วน ที่ป่วยเป็นโรคนี้มาแล้ว 3-5 ปี
  • ผู้ที่มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนการดำเนินชีวิตของตัวเองเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น
  • ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นไปได้จากการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร

*สำหรับผู้ที่ต้องการทราบ BMI สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราในแชท หรือกรอกฟอร์มด้านล่างได้เลยค่ะ 

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักทำได้อย่างไร 

1. ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดแผลเล็กๆ 5 จุดบริเวณหน้าท้องเพื่อสอดกล้องขนาดเล็ก (laparoscope) และเครื่องมืออื่นๆ เข้าไป 
2. ศัลยแพทย์จะแบ่งกระเพาะอาหารของคุณออกเป็นสองส่วน จากนั้นจึงเอากระเพาะส่วนที่ใหญ่ออก ซึ่งทำให้ฮอร์โมนกระตุ้นความอยากอาหารของคุณถูกกำจัดออกไปด้วยเช่นกัน
3. เย็บกระเพาะอาหารและปิดแผล 
4. การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 

รอยแผล

คุณจะมีรอยแผลเล็กๆ 5 จุดบริเวณหน้าท้อง สังเกตได้จากรูปด้านล่าง 

ฉันจะลดน้ำหนักได้เท่าไหร่หลังจากผ่าตัดกระเพาะอาหาร?

คนไข้จะลดน้ำหนักได้ประมาณ 70-80% ของน้ำหนักส่วนเกิน ในระยะเวลาภายใน 12 ถึง 24 เดือนหลังการผ่าตัด ทั้งนี้คนไข้จะสามารถบรรลุน้ำหนักเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วหลังผ่าตัดกระเพาะอาหาร โดยต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและให้ความสำคัญกับอาหารตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร

ผู้ป่วยโรคอ้วนควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการผ่าตัดกระเพาะอาหารอย่างละเอียด ในบางรายอาจต้องมีการทดสอบความผิดปกติในการนอนหลับ (Sleep test) เพื่อดูว่าผู้ป่วยมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือไม่ หากมีภาวะดังกล่าว แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยใช้เครื่อง CPAP เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด และหลังการผ่าตัด

ต้องทำ Sleep Test เพื่อดูว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือไม่?

จากคำถามด้านล่างนี้ หากคำตอบของคุณคือใช่มากกว่า 3 ข้อขึ้นไป คุณควรปรึกษาแพทย์เรื่องการทำ sleep test และการใช้เครื่อง CPAP ก่อนการผ่าตัด:

1) คุณกรนเสียงดังหรือไม่?
2) คุณรู้สึกเหนื่อยหรือง่วงนอนในระหว่างวันหรือไม่?
3) มีคนเคยบอกคุณว่า คุณหยุดหายใจระหว่างนอนหลับหรือไม่?
4) คุณมีความดันโลหิตสูงหรือเคยได้รับการรักษาเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงหรือไม่?
5) ดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณมีมากกว่า 35 หรือไม่?
6) คุณอายุ 50 ปีหรือมากกว่า?
7) คุณเป็นเพศชายที่มีขนาดความกว้างที่ลำคอมากกว่า 17 นิ้ว (42.5 ซม.) หรือเป็นเพศหญิงที่มีขนาดความกว้างที่ลำคอมากกว่า 16 นิ้ว (40 ซม.)หรือไม่?
8) คุณเป็นเพศชายหรือไม่?

เครื่อง CPAP จะมีแรงดันเล็กน้อยเพื่อให้มีอากาศเข้าไปได้และเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับออกซิเจนเพียงพอระหว่างการนอนหลับของคุณ

การปฏิบัติตัวหลังจากผ่าตัดกระเพาะอาหาร

ในสัปดาห์แรกหลังผ่าตัดกระเพาะอาหาร คนไข้ควรรับประทานอาหารที่เป็นของเหลว ย่อยง่าย เช่น ซุปใส หรือเครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาล ในสัปดาห์ถัดมาคนไข้ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม โดยต้องจำกัดปริมาณอาหารให้น้อยๆด้วย และในสัปดาห์หลังจากนี้คนไข้สามารถปรับเปลี่ยนมาทานเป็นอาหารปกติได้ แต่ควรเน้นเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย เช่น อกไก่ ปลา และพวกผักใบเขียวให้มากขึ้น ควรงดน้ำตาลหรือแป้ง โดยทั้งนี้แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดกระเพาะจะให้คำแนะนำเพิ่มเติมและคนไข้ต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

รีวิวจากลูกค้า

คุณเอมิลี่ลดน้ำหนักได้ถึง 90 กก. หลังผ่าตัดกระเพาะอาหารกับเรา


 
 
คุณเอ้ลดน้ำหนักได้ถึง 70 กก. หลังผ่าตัดกระเพาะอาหารกับเรา

คุณนัทลดน้ำหนักได้ถึง 25 กก. หลังผ่าตัดกระเพาะอาหารกับเรา

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้:

  • มีเลือดออก
  • แผลปิดไม่สนิท
  • กระเพาะอาหารรั่ว
  • มีปัญหาเรื่องการย่อยอาหาร
  • ภาวะขาดสารอาหาร
  • ผิวหนังหย่อนคล้อยจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างและหลังการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดจากการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะคือการที่แผลด้านในกระเพาะปิดไม่สนิท (ความเป็นไปได้คือน้อยกว่า 1%) การที่แผลด้านในกระเพาะปิดไม่สนิทอาจเกิดขึ้นระหว่างหรือหลังการผ่าตัด ในระหว่างการผ่าตัดเเพทย์จะสังเกตเห็นและแก้ไขก่อนที่จะทำการผ่าตัดเสร็จสิ้น – อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยเริ่มรู้สึกป่วยหรือมีอาการผิดปกติหลังจากการผ่าตัด ควรรีบพบแพทย์ทันที นอกจากนี้การที่แผลด้านในกระเพาะปิดไม่สนิทอาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนแรกหลังการผ่าตัด สาเหตุหนึ่งอาจมาจากการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม หรือไม่รับประทานอาหารตามที่เเพทย์แนะนำหลังจากการผ่าตัดกระเพาะอาหาร หรือจากเนื้อเยื่อของกระเพาะอาหารของคุณยังไม่หายจากการผ่าตัด ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อบาง และนำไปสู่การรั่ว หากมีความผิดปกติ หัวใจเต้นเร็ว มีไข้ เจ็บหน้าอก และปวดท้องหรือรู้สึกเจ็บในช่องท้อง ควรรีบแจ้งและพบแพทย์ทันทีที่มีอาการ

 

คำถามอื่นๆ เกี่ยวกับการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

รวบรวมคำถามที่พบบ่อย คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับการผ่าตัดกระเพาะ คลิกเลย!

ปรึกษาหรือจองคิวผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก
กรอกแบบฟอร์มด้านล่าง หรือโทร 02-105-4046 แอดไลน์ Line: @dbweightloss (มี @ ด้วยนะคะ)